แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย เทคนิคการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย
ในความเป็นจริงแล้ว คนเรายังมีศักยภาพซ่อนอยู่ในตัวเองอีกมากมาย เพียงแต่เรายังไม่เคยคิดที่จะค้นหา บางคนคิดจะค้นหาแต่ยังไม่รู้ว่าจะค้นหาได้อย่างไร บางคนเคยลองค้นหาแล้วเจอบ้างไม่เจอบ้าง และขาดการ
ค้นหาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพราะขาดความอดทน ทำอะไรมักจะทำแบบชั่วครั้งชั่วคราว นิยมอะไรก็นิยม เป็นพักๆ เป็นแฟชั่น เราจะเห็นว่าถ้ามีทฤษฎีหรือหลักการอะไรที่เข้ามาใหม่ๆในเมืองไทย มักจะได้รับการตอบรับเป็น อย่างดี แต่มักจะเป็นเพียงระยะเวลาอันสั้น แล้วคนไทยก็ค่อยๆลืมของเก่าโดยที่ทั้งๆที่ไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่พอของใหม่ เข้ามาก็หันไปให้ความสนใจกับสิ่งใหม่ๆ แทน
ผมเชื่อว่าถ้าจะพูดถึงองค์ความรู้ที่มีอยู่ในหัวสมองของคนทำงานในบ้านเรา มีไม่น้อยกว่าชาติอื่นอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เราอาจจะด้อยกว่าเขาก็คือ เรายังขาดการพัฒนาและริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆด้วยตัวเราเอง
เราชอบ จำวิธีการของคนอื่นมาประยุกต์ใช้มากกว่าคิดและพัฒนาขึ้นมาเอง จะเห็นได้จากเทปผีซีดีเถื่อนเต็มบ้านเต็ม เมืองไปหมดอันนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากเราจะไม่เคารพในศักยภาพของตัวเองแล้ว เรายังชอบทำมาหากิน
บนความคิดของคนอื่นอีกด้วย สิ่งนี้คงจะมัวไปนั่งโทษใครไม่ได้เพราะระบบการเรียนการสอนในอดีตมัก จะสอนให้เราท่องจำมากกว่าการคิดและแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง
ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่าคนทำงานในบ้านเราไม่เก่งนะครับ แต่ผมกำลังจะบอกว่าถ้าเราได้เปิด โอกาสให้กับตัวเองเพื่อวิเคราะห์ ค้นหาและพัฒนาศักยภาพทางการคิด โดยเฉพาะการคิดสร้างสรรค์ให้กับ
ตัวเองอีกสักนิด รับรองได้ว่าศักยภาพทางการแข่งขันในเรื่องต่างๆของเราจะเพิ่มขึ้นอีกมากทีเดียว สมอง ของเราก็เปรียบเสมือนกำลังการผลิตของเครื่องจักรในโรงงาน ปัจจุบันเรายังผลิตไม่เต็มกำลังของเครื่องจักร
หรือบางครั้งเครื่องจักรบางเครื่องเรายังไม่ได้ใช้งานมันเลย แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย
ผมจึงขอแนะนำวิธีการในการพัฒนากำลังการผลิตของสมองให้เต็มที่ด้วยวิธีการดังนี้
1. ฝึกคิดเชิงบวก (Positive Thinking) หลายคนคงจะเคยได้ยินคำนี้กันมามากต่อมากแล้ว แต่เราเคย นำไปใช้ในชีวิตประจำวันกันมากน้อยเพียงใด การคิดเชิงบวก ไม่ใช่เป็นเพียงการมองโลกในแง่ดีเพียง
อย่างเดียวแต่จะต้องแสวงหาโอกาสจากบุคคล สิ่งของ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันด้วย ไม่ว่า จะเกิดอะไรขึ้นเราต้องฝึกคิดว่ามีอะไรที่เป็นประโยชน์กับเราบ้าง เช่น ถ้าเราตกงานเราก็คิดว่าเป็นโอกาส
ที่ดีที่เราจะได้มีเวลาพัฒนาตัวเองแบบเต็มเวลา ถ้าเราอกหักก็คิดเสียว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้เปิดโอกาสให้ กับคนดีๆอีกหลายคนเข้ามาในชีวิตของเรา ถ้าเราเครียดมากๆ ก็ให้คิดเสียว่าจะได้เป็นการทดสอบความ
แข่งแกร่งของจิตใจว่าจะสามารถรับมือกับสภาพความเครียดได้มากน้อยเพียงใด เพราะในอนาคตเราอาจจะ มีเรื่องที่เครียดมากกว่านี้ก็ได้ การฝึกคิดเชิงบวก นอกจากจะช่วยให้เราฝึกการแสวงหาโอกาสแล้วยังช่วยให้
เราเกิดการเรียนรู้ที่เหนือกว่าคนอื่น เพราะถ้าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น เราสามารถเรียนรู้ทั้งสิ่งที่คนทั่วไป แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย เขารู้กันแล้วเรายังเรียนรู้ในสิ่งที่คนอื่นๆ เขามองข้ามไป เมื่อเราฝึกแบบนี้ไปนานๆ หลายๆครั้งเข้า จำนวน เท่าของความรู้ของเราจะเหนือกว่าคนทั่วไปอย่างน้อยสองสามเท่าตัว
2. ฝึกคิดย้อนศร (Backward Thinking) ใครก็ตามที่คิดไปในแนวทางเดียวกันกับที่คนทั่วๆไปคิด ความคิดเราจะไม่เกิดความแตกต่าง แต่เมื่อไหร่ก็ตามเราคิดสวนทางกับคนอื่น
อาจจะทำให้เราเกิดความคิด สร้างสรรค์ที่ดีๆขึ้นมาก็ได้ เราจะเห็นได้จากคนหลายคนได้ดีจากการทำธุรกิจที่ตรงกันข้ามจากคนอื่น เช่น ปกติรถเสียต้องพารถไปหาอู่ แต่เมื่อคิดใหม่คือเอาอู่ไปหารถ จึงทำให้เกิดธุรกิจบริการซ่อมรถฉุกเฉินขึ้นมา
มากมายหรือเมื่อก่อนถ้าเราจะกินพิซซ่า เราจะต้องไปที่ร้าน แต่เมื่อมีคนคิดย้อนศรคือ ให้พิซซ่าไปหาลูกค้า ก็เลยเกิดธุรกิจ Home Delivery ขึ้นมามากมาย ปัจจุบันนี้ไม่เพียงแต่การซ่อมรถหรือการขายพิซซ่าเท่านั้น แต่การคิดย้อนศรในลักษณะนี้ก่อให้เกิดธุรกิจอีกมากมาย ไม่ว่าการส่งดอกไม้ ร้านหนังสือ ร้านวีดีโอ เป็นต้น
การคิดย้อนศรนี้จะช่วยให้เราไม่หลงไปกับกระแสของสังคม การฝึกคิดเช่นนี้บ่อยๆ จะช่วยให้เราสามารถปรับตัว ได้ดีในกรณีที่กระแสเกิดการเปลี่ยนทิศอย่างกระทันหัน เหมือนกับการที่เราขับรถ ถ้าเราขับเป็นแต่เกียร์เดิน
หน้าเพียงอย่างเดียว ลองนึกดูเอาเองก็แล้วกันนะครับว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราขับเข้าไปติดอยู่ในซอยตัน การพัฒนาศักยภาพทางการคิดก็เช่นเดียวกัน ต้องเตรียมพร้อมทั้งคิดไปข้างหน้าตามกระแส แต่อย่าลืมคิด ย้อนกลับหลังบ้างเป็นระยะๆ
3. ฝึกคิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (Impossible Thinking) จากอดีตถึงปัจจุบันเราคงเคยมีประสบการณ์ที่ว่า บางสิ่งบางอย่างที่เราเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ในอดีต แต่ในปัจจุบันมันเป็นไปได้และเป็นไปแล้ว
สิ่งที่เรา คิดว่าเป็นไปไม่ได้ในวันนี้ เหตุการณ์นี้ สถานที่นี้ มันอาจจะเป็นไปได้ในอนาคต ในเหตุการณ์ หรือสภาพ แวดล้อมอื่นสถานที่อื่น ดังนั้นอะไรก็ตามที่เราคิดว่าเป็นไปไม่ได้ อย่าเพิ่งด่วนตัดทิ้งไป เพราะ นั่นเท่ากับเป็น
การดับอนาคตแห่งความคิดสร้างสรรค์ของตัวเราเอง แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย
ความคิดสร้างสรรค์แบบนี้ เราสามารถเห็นตัวอย่างได้จากภาพยนต์การ์ตูน หรือภาพยนต์บางประเภทที่เราคิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ แต่เราอย่าลืมว่าความคิดที่เป็นไปไม่ได้เหล่านี้แหละที่จะเป็นตัวจุดชนวนทางความคิดให้กับ
นักวิทยาศาสตร์นำไปค้นคว้าวิจัยเพื่อนำไปสู่ความเป็นไปได้ต่อไป ในอดีตใครเคยคิดบ้างว่าเรื่องการ Copy หรือการโคลนนิ่งสัตว์หรือมนุษย์จะเป็นไปได้ ใครเคยคิดบ้างว่ามนุษย์จะมีธุรกิจการท่องเที่ยวในอวกาศ ใคร
จะคิดบ้างว่าคนที่อยู่กันคนละโลกสามารถพูดคุยกันแบบเห็นหน้าค่าตาได้เหมือนสมัยนี้ ถ้านำเอาความคิดในลักษณะ นี้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตการทำงาน จะพบว่าเรามักจะตกหลุมพรางทางความคิดของเราเองกันอยู่บ่อยๆ พอคิด จะทำโน่นทำนี่
เราก็มักจะถูกขัดขวางด้วยความคิดที่ว่ามันทำไม่ได้หรอก หัวหน้าเขาคงไม่มีงบประมาณ ผู้บริหาร คงไม่สนับสนุนหรอก บริษัทนี้เขางกจะตายไป คนไม่พอหรอก ทำยากไม่มีเครื่องมือ ฯลฯ ความคิดในลักษณะนี้เกิด ขึ้นมากมายกับคนทำงาน สาเหตุที่สำคัญคือ
เรามักจะนำเอาสภาพแวดล้อมภายนอกมาทำลายต้นกล้าแห่งความคิด แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย สร้างสรรค์ของเราเสียเอง ทำให้เราไม่มีโอกาสได้คิดไปถึงที่สุดว่าจริงๆแล้วที่เราคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้นั้น จริงๆ แล้วมันเป็นจริงเช่นนั้นหรือไม่
มีผู้เข้าสัมมนาท่านหนึ่งเคยถามผมว่าถ้าเรามีความคิดออกแบบอะไรสักอย่างหนึ่งแล้ว และคิดว่ามันเป็นนวตกรรม ใหม่ แต่เราไม่มีเงินทุนที่จะทำธุรกิจ เราจะทำได้อย่างไร ผมก็ถามต่อว่าคุณคิดว่าจำเป็นหรือไม่ที่การลงทุนจะต้องตามมาด้วย แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย เงินทุนจากกระปุกออมสินของเราเสมอ เขาก็ตอบว่าไม่แน่
แล้วผมก็ถามต่อว่าแล้วทำอย่างไรได้บ้าง เขาก็ตอบว่ากู้เงิน ร่วมทุนกับคนอื่น ขายลิขสิทธิให้กับคนอื่น แล้วผมจึงถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่าที่คุณคิดว่า ความคิดของคุณเป็น ไปไม่ได้ในการทำธุรกิจนั้น จริงๆ แล้วมันเป็นไปได้หรือไม่ เขาก็ตอบว่าเป็นไปได้ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ
ที่จะบอกเราว่าคนเราส่วนมากมักจะด่วนสรุปว่าสิ่งที่เราคิดนั้นเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้ยากมาก เพราะเรามักจะยึด ติดกับกรอบการคิดแบบเดิมๆ แบบที่คนทั่วๆไปเขาคิดกัน
4 .ฝึกคิดบนหลักของความเป็นจริง (Thinking Based Principle) การฝึกคิดแบบนี้คือการคิด วิเคราะห์สิ่งต่างๆ โดยย้อนกลับไปหาหลักความเป็นจริงของสิ่งนั้นๆว่าคืออะไร เช่น
คนที่สามารถผลิตเครื่องบินได้นั้นจะต้องเข้าใจ ถึงหลักความเป็นจริงในเรื่องแรงโน้มถ่วงของโลกก่อนจึงจะสามารถออกแบบเครื่องบินได้ ต้องเข้าใจว่าการบินได้นั้น จะต้องมีพลังขับเคลื่อนเท่าไหร่ มีความเร็วเท่าไหร่
จึงจะสามารถหนีออกจากแรงโน้มถ่วงของโลกได้
ถ้าเราพูดถึงการผ่าตัด เรามักจะยึดติดกับมีดเพียงอย่างเดียว แต่หลักความเป็นจริงของการผ่าหรือการตัด หมายถึง การทำให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแยกออกจากกัน ถ้าเรายึดเอาวิธีการเป็นตัวตั้งเราก็จะตอบได้เพียงอย่างเดียวว่า
การผ่าตัด คือการใช้มีด แต่ถ้าเราเอาหลักความเป็นจริงเป็นตัวตั้ง วิธีการเป็นตัวตามแปร การผ่าตัดอาจจะทำได้มากกว่าการใช้มีด เช่น การใช้ความร้อน ใช้ลวด ใช้กรรไกร ใช้ความเย็น ใช้รังสี ใช้ความคมของกระดาษ เป็นต้น
5. ฝึกคิดข้ามกล่องความรู้ (Lateral Thinking ) การคิดข้ามกล่องความรู้คือการนำเอาความรู้ที่เรามีอยู่ในหัว ในเรื่องต่างๆ มาคิดไขว้กัน ยิ่งเรามีกล่องความรู้หลากหลาย
โอกาสที่เราจะคิดข้ามกล่องเพื่อให้เกิดความคิดใหม่ๆ ก็มีมากยิ่งขึ้น ถ้าเรามีกล่องความรู้เพียง 2 กล่อง โอกาสที่เราจะคิดไขว้หรือข้ามกล่องก็มีเพียง 1 ชุด แต่ถ้าเรามีกล่อง ความรู้ 3 กล่อง โอกาสที่เราจะคิดไขว้กันก็มีมากขึ้นเป็น 2 ชุด ยิ่งมีกล่องมากเท่าไหร่ จำนวนชุดของความคิดไขว้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น เป็นทวีคูณ
เราคงเคยได้ยินก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ที่ผู้คิดค้นได้นำเอากล่องความรู้เกี่ยวกับการปรุงก๋วยเตี๋ยวมาผสมกับกล่องความรู้ ในการทำต้มยำ(น้ำข้นหรือน้ำใส) เราคงเคยได้ยินผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่าแอร์มุ้งที่เป็นการผสมผสานระหว่างกล่อง
ความรู้ด้านแอร์กับกล่องความรู้ด้านมุ้ง เราคงเคยได้ยินคนเลี้ยงปลาดุกในห้องเช่าที่เป็นการผสมผสานความคิดระหว่าง กล่องความรู้เรื่องห้องเช่ากับกล่องความรู้เรื่องการเลี้ยงปลาในบ่อดิน
6. ฝึกคิดแบบแตกหน่อทางความคิด (Germination Thinking) เป็นการคิดโดยกำหนดจุดเริ่มต้นจากสิ่งที่ เป็นอยู่หรือมีอยู่ในปัจจุบัน แล้วแตกความคิดออกไปสู่ทิศทางต่างๆ รอบตัว
การคิดสร้างสรรค์แบบนี้จะช่วยให้ง่ายต่อการจัดกระบวนการคิด เพราะเป็นการคิดพัฒนาจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพิ่มสิ่งใหม่ๆ เข้ามาที่ละเล็กละน้อย จากตัวอย่างนี้ แทงหวย,แทงหวยออนไลน์,หวยออนไลน์,เล่นหวย
จะเห็นว่าเมื่อเราคิดแตกหน่อจากปากกาออกไปเป็นปากกาไม่ต้องเติมน้ำหมึกแล้ว ก็สามารถคิดต่อไปอีกว่าปากกาที่ไม่ต้องเติมน้ำหมึกนั้น สามารถพัฒนาต่อในด้านอื่นๆอีกหรือไม่ เมื่อเราคิดพัฒนา แตกหน่อออกไปเรื่อยๆ เราจะพบว่าความคิดที่หน่อสุดท้าย อาจจะมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับจุดเริ่มต้น(ปากกา)
Written on January 19th, 2012 , Uncategorized